Butyl Acetate(BA) บิวทิลอะซีเทต

บิวทิล อะซีเทต (Butyl Acetate หรือ BA) เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ประเภทเอสเทอร์ (Ester) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมเคมี โดดเด่นด้วยลักษณะที่เป็นของเหลวใส ไม่มีสี และมีกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้เฉพาะตัว

1. ข้อมูลทางเคมีและกายภาพ (Chemical & Physical Properties)

  • สูตรโมเลกุล (Molecular Formula): มีสูตรทางเคมีคือ C6H12O2 หรือเขียนแสดงโครงสร้างเคมีได้เป็น CH3COO(CH2)3CH3
  • เลขทะเบียน CAS: 123-86-4
  • น้ำหนักโมเลกุล (Molecular Weight): มีมวลโมเลกุลเท่ากับ \(116.16 g/mol ช่วยในการคำนวณปริมาณสารสัมพันธ์ในปฏิกิริยา
  • สถานะและลักษณะทางกายภาพ (Physical Appearance): เป็นของเหลวใสบริสุทธิ์ ไม่มีสี ไม่มีตะกอนหรือสารแขวนลอยหนาแน่น
  • กลิ่นเฉพาะตัว (Odor Profile): มีกลิ่นหอมหวานนุ่มนวล คล้ายกลิ่นผลไม้ โดยเฉพาะกลิ่นกล้วยหอมสุกอย่างชัดเจน
  • จุดเดือดมาตรฐาน (Boiling Point): อยู่ที่อุณหภูมิ 26.1ºC ที่ความดันบรรยากาศปกติ ทำให้ทนความร้อนได้ดีพอสมควร
  • จุดหลอมเหลวและจุดเยือกแข็ง (Melting / Freezing Point): อยู่ที่อุณหภูมิต่ำมากประมาณ -78ºC
  • จุดวาบไฟ (Flash Point): อยู่ที่อุณหภูมิ 22ºC จัดเป็นของเหลวไวไฟประเภทควบคุมที่ต้องระวังประกายไฟ
  • อุณหภูมิติดไฟได้เอง (Auto-ignition Temperature): สามารถเกิดการลุกไหม้ได้เองที่อุณหภูมิประมาณ 421ºC
  • ขีดจำกัดการระเบิดในอากาศ (Flammability Limits): ขีดจำกัดล่าง (LEL) อยู่ที่ 1.2 v/v และขีดจำกัดบน (UEL) อยู่ที่ 7.6 % v/v
  • ความหนาแน่นสาร (Density / Specific Gravity): มีค่าประมาณ 0.88 g/cm3 ที่อุณหภูมิ 20ºC ซึ่งเบากว่าน้ำและจะลอยตัวเหนือน้ำ
  • ความดันไอ (Vapor Pressure): มีค่าเท่ากับ 15 mmHgที่อุ ณหภูมิ 25ºC ส่งผลให้สารสามารถระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง
  • ความหนาแน่นของไอ (Vapor Density): มีค่าเท่ากับ 4.0 (เมื่อเทียบกับอากาศที่มีค่าเท่ากับ 1) ทำให้ไอระเหยจมลงสู่พื้นและสะสมในที่ต่ำ
  • อัตราการระเหยเปรียบเทียบ (Evaporation Rate): มีค่าเท่ากับ 1.0 โดยถูกใช้เป็นสารมาตรฐาน (สารอ้างอิง) ในการวัดอัตราการระเหยของตัวทำละลายชนิดอื่น
  • การละลายในน้ำ (Water Solubility): ละลายในน้ำได้น้อยมากเพียงประมาณ 0.7% by weight ที่อุณหภูมิ 20 ºC
  • การละลายในตัวทำละลายอื่น (Solubility in Solvents): สามารถผสมเข้ากันได้ดีเป็นเนื้อเดียวกับแอลกอฮอล์ อีเธอร์ คีโตน และไฮโดรคาร์บอน
  • ค่าดัชนีหักเหแสง (Refractive Index): มีค่าดัชนีหักเหแสงอยู่ที่ประมาณ 1.394 ที่อุณหภูมิอ้างอิง 20ºC
  • ความหนืดทางกายภาพ (Viscosity): เป็นของเหลวเหลวจัด มีความหนืดต่ำมากเพียง 0.74 cP ที่อุณหภูมิ 25ºC

2. สรุปคุณสมบัติเด่น (Summary of Key Features)

  • อัตราการระเหยที่สมดุลดีเยี่ยม (Medium Evaporation Rate): ไม่ระเหยเร็วเกินไปจนผิวหน้าสีแห้งกระด้าง และไม่ช้าเกินไปจนทำให้งานเหนียวเหนอะหนะ
  • พลังการละลายสูงและหลากหลาย (High Solvency Power): สามารถทำละลายเรซิน พลาสติก และโพลิเมอร์อุตสาหกรรมได้หลายกลุ่มพร้อมกัน
  • ป้องกันการเกิดฝ้าขาวบนฟิล์มสี (Blush Resistance): ช่วยลดการกักเก็บความชื้นในชั้นฟิล์มสีขณะแห้งตัว ป้องกันปัญหาสีมัวหรือเป็นฝ้าขาว
  • เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวงาน (Levelling Promotion): ช่วยให้เนื้อสีหรือสารเคลือบผิวไหลตัวและแผ่กระจายได้สม่ำเสมอ ฟิล์มสีจึงเรียบเนียนเงางาม
  • ความเข้ากันได้ทางเคมีสูง (High Compatibility): สามารถนำไปรวมสูตรกับตัวทำละลายประเภทอื่น ทั้งกลุ่มไฮโดรคาร์บอนและแอลกอฮอล์ได้ง่าย
  • กลิ่นเป็นมิตรมากกว่ากลุ่มอื่น (Mild Odor Profile): มีกลิ่นหวานผลไม้ ไม่ฉุนรุนแรงสะดักสะเดียนเหมือนตัวทำละลายกลุ่มสารอะโรมาติก
  • ความเสถียรตัวสูง (Chemical Stability): ไม่สลายตัวหรือเกิดปฏิกิริยาโพลีเมอไรเซชันเองในสภาวะการจัดเก็บปกติ มีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ความเป็นพิษต่อระบบร่างกายน้อย (Low Toxicity): มีความปลอดภัยทางอาชีวอนามัยสูงกว่าตัวทำละลายกลุ่มคลอริเนตเต็ดหรือเบนซีน
  • ไม่ทำปฏิกิริยากัดกร่อนโลหะ (Non-corrosive Property): ปลอดภัยต่อการบรรจุในถังเหล็ก ท่อส่งสารเคมี และเครื่องจักรระบบพ่นสี
  • ช่วยลดความหนืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Viscosity Reduction): เจือจางเนื้อสารที่มีความเข้มข้นสูงให้เหลวพอดีต่อการใช้งานพ่นหรือทา

3. ประโยชน์ใช้สอย (Industrial Applications)

  • อุตสาหกรรมสีพ่นรถยนต์ (Automotive Coatings): ใช้เป็นตัวทำละลายหลักในสีพ่นซ่อมและสีพ่นรถยนต์ขั้นเลเยอร์เคลือบเงาเพื่อให้สีฉ่ำวาว
  • อุตสาหกรรมงานไม้และแลคเกอร์ (Wooden Lacquer & Varnish): เป็นส่วนประกอบสำคัญในแลคเกอร์สูตรไนโตรเซลลูโลส ช่วยให้เนื้อไม้เงางาม
  • อุตสาหกรรมผลิตหมึกพิมพ์บรรจุภัณฑ์ (Printing Inks): ใช้ในหมึกพิมพ์ระบบกราเวียร์และเฟล็กโซกราฟี ช่วยให้หมึกแห้งตัวบนฟิล์มพลาสติกได้ดี
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและน้ำยาทาเล็บ (Nail Polish & Cosmetics): เป็นตัวทำละลายเบสในยาทาเล็บ ช่วยให้สีเคลือบเล็บเรียบเนียนและแห้งไว
  • อุตสาหกรรมกาวและสารเคลือบติด (Adhesive Industry): ใช้เป็นตัวทำละลายในกาวกลุ่ม Solvent-based เพื่อปรับความหนืดและการยึดเกาะ
  • การล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Cleaning): ใช้ล้างคราบไขมัน คราบน้ำมัน และสารฟลักซ์ออกจากแผงวงจรไฟฟ้า
  • การแต่งกลิ่นสังเคราะห์ในอาหารและน้ำหอม (Flavor & Fragrance): นำไปใช้ในปริมาณเจือจางเพื่อแต่งกลิ่นกล้วยหรือผลไม้ในอาหารและน้ำหอม
  • กระบวนการแยกสกัดทางยา (Pharmaceutical Extraction): เป็นสารสกัด (Extractant) ในอุตสาหกรรมยาเพื่อแยกสารประกอบอินทรีย์ออกจากกัน
  • อุตสาหกรรมผลิตหนังเทียม (Synthetic Leather): ใช้ในขั้นตอนการเคลือบหน้าผิวหนัง PU และ PVC เพื่อสร้างเลเยอร์ป้องกันและเพิ่มความเงา
  • อุตสาหกรรมพลาสติกและเรซิน (Plastics & Resin Processing): สารนี้เป็นตัวช่วยละลายและขึ้นรูปเม็ดพลาสติกหรือโพลิเมอร์บางชนิดในการผลิต

4. ข้อควรระวังและการจัดเก็บ (Safety & Storage)

  • การจัดเก็บเพื่อป้องกันอัคคีภัย (Fire Prevention Storage): ต้องเก็บในสถานที่เย็น แห้ง มีการระบายอากาศที่ดี และห่างจากแหล่งความร้อน ประกายไฟ
  • การควบคุมไฟฟ้าสถิต (Static Discharge Control): ต้องติดตั้งสายดิน (Grounding) และสายเชื่อมฝาก (Bonding) ทุกครั้งที่มีการถ่ายเทสารในคลัง
  • สารเคมีที่ไม่ถูกกัน (Incompatible Materials): ห้ามจัดเก็บร่วมกับสารจำพวกสารออกซิไดซ์รุนแรง (Strong Oxidizers) กรดแก่ และเบสแก่เด็ดขาด
  • อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment): ผู้ใช้งานต้องสวมใส่หน้ากากกรองไอระเหย แว่นตากันสารเคมี และถุงมือยางไนไตร
  • การปฐมพยาบาลเมื่อถูกผิวหนัง (Skin Contact First Aid): ให้ถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที ล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ เป็นเวลา 15 นาที
  • การปฐมพยาบาลเมื่อเข้าตา (Eye Contact First Aid): ให้รีบล้างตาทันทีด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากโดยพยายามลืมตาในน้ำอย่างน้อย 15 นาทีแล้วพบแพทย์
  • การปฐมพยาบาลเมื่อสูดดมไอระเหย (Inhalation First Aid): ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกไปที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ทันที หากหยุดหายใจต้องทำ CPR
  • การควบคุมการรั่วไหล (Spill Containment): ใช้ทราย ดิน หรือวัสดุดูดซับที่ไม่ติดไฟในการกักเก็บ ห้ามล้างเทลงท่อระบายน้ำสาธารณะโดยตรง
  • สารดับเพลิงที่เหมาะสม (Fire Fighting Media): กรณีเกิดเพลิงไหม้ให้ใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง คาร์บอนไดออกไซด์ หรือโฟมดับเพลิงสูตรทนแอลกอฮอล์
  • การขนส่งตามมาตรฐานสากล (Transportation Class): ถูกจำแนกเป็นสารอันตรายประเภทที่ 3 (ของเหลวไวไฟ) มีหมายเลขขนส่งสากลคือ UN 1123

Scroll to Top